1. ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน)
การออกฤทธิ์ ยาบ้าจะออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกาย
โทษของยาบ้า เมื่อฤทธิ์ยาหมดลง ผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองทำงานช้าลง การตัดสินใจช้าและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ และหากยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งทำลายระบบประสาทในร่างกายจนส่งผลเสียลุกลามมากขึ้นไปอีก

2. เฮโรอีน
การออกฤทธิ์ เฮโรอีนจะเป็นสารเสพติดมีลักษณะเป็นผงสีขาวที่มีฤทธิ์กดระบบประสาท ทำให้ผู้เสพรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด มีความสุข และลดอาการเจ็บปวดได้ หรือไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเลย รวมถึงทำให้รู้สึกเหมือนมึนเมา สมองและการรับรู้จะเบลอคล้ายกับอาการกึ่งง่วงกึ่งตื่น ทำให้ผู้เสพรู้สึกว่าตนเองได้หลีกหนีจากความวุ่นวายและความเครียดภายในจิตใจ
โทษของเฮโรอีน เฮโรอีนเป็นยาเสพติดที่ทำให้ผู้เสพติดได้ง่ายทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงทำให้เกิดโทษระยะยาวที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ได้แก่ อาการปวดตามส่วนต่างๆ ได้แก่ กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ สันหลัง บั้นเอวและปวดศีรษะอย่างรุนแรง ผิวหนังออกเป็นสีแดง

3. ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี
การออกฤทธิ์ ยาดังกล่าวหลังจากเสพไปแล้ว ฤทธิ์ยาจะออกภายในเวลา 45 นาที ซึ่งฤทธิ์ยาสามารถอยู่ในร่างกายได้ยาวนานประมาณ 6–8 ชั่วโมง ยาชนิดนี้มักแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมเที่ยวกลางคืน
โทษของยาอี ยาเลิก เอ็คซ์ตาซี ในครั้งแรกที่เสพ ตัวยาจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทเพียงแค่ระยะสั้นๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการติดยาทางด้านจิตใจในเวลาต่อมา และมีอาการร่วมอย่างอื่นตามมาด้วย ได้แก่ ใจสั่น ระดับความดันโลหิตสูง เหงื่อออกเยอะ เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับระบบประสาทการรับรู้ทั้งหมด ส่งผลทั้งการได้ยิน และการมองเห็นแสงสีต่างๆ ที่มีความผิดปกติไปจากความจริง เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้

4. สารเสพติดอันตราย : โคเคน (Cocaine)
ฤทธิ์ในทางเสพติด โคเคนออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีอาการเสพติดทางร่างกายเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับวิธีการและปริมาณที่เสพ มีอาการทางจิตใจ อาจมีอาการขาดยาทางร่างกายแต่ไม่รุนแรง หัวใจเต้นแรง ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย ตัวร้อนมีไข้ นอนไม่หลับ มีอาการซึมเศร้า ผนังจมูกขาดเลือด ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกฝ่อ ขาดหรือทะลุ สมองถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการชักมีเลือดออกในสมอง เนื้อสมองตายเป็นบางส่วน หัวใจถูกกระตุ้นอยู่เสมอ กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมลงทีละน้อย จนหัวใจบีบตัวไม่ไหวทำให้หัวใจล้มเหลว ผลจากการเสพเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดอาการโรคจิตซึมเศร้า
โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

5. สารยาเสพติดอันตราย : ฝิ่น (Opium)
ฤทธิ์ในทางเสพ
ฝิ่นออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีอาการขาดยาทางร่างกาย หากเสพเกินขนาด จะทำให้กดระบบหายใจทำให้เสียชีวิต จิตใจเลื่อนลอย ง่วง ซึม แก้วตาหรี่ พูดจาวกวน ความคิดเชื่องช้า ไม่รู้สึกหิวชีพจรเต้นช้า
โทษทางกฎหมาย
จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

6. สารยาเสพติดอันตราย : มอร์ฟีน (Morphine)
ฤทธิ์ทางเสพติด มอร์ฟีนออกฤทธิ์กดระบบประสาท มีอาการเสพติดทั้งร่างกายและจิตใจ มีอาการขาดยาทางร่างกาย คลื่นเหียนอาเจียน ท้องผูก เกิดอาการคันหน้า ตาแดง ซึม ง่วงนอน ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ร่างการทรุดโทรม สมองมึนชา สติปัญญาเสื่อมโทรม
โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

7. สารยาเสพติดอันตราย : กัญชา (Cannabis)
ฤทธิ์ทางเสพติด กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ ที่ออกฤทธิ์หลายอย่างต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ ทั้งกระตุ้นประสาทกดและหลอนประสาท สารออกฤทธิ์ที่อยู่ในกัญชามีหลายชนิด แต่สารที่สำคัญที่สุดที่มีฤทธิ์ต่อสมองและทำให้ร่างกาย อารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป ในเบื้องต้นจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพตื่นเต้น ช่างพูด และหัวเราะตลอดเวลา ต่อมาจะกดประสาท ทำให้ผู้เสพมีอาการคล้ายเมาเหล้าอย่างอ่อนๆ เซื่องซึม และง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ จะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตา หูแว่ว ความคิดสับสน ควบคุมตนเองไม่ได้ ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำลายสมอง ปอด
โทษทางกฎหมาย จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

8. สารยาเสพติดอันตราย : กระท่อม (Kratom)
ฤทธิ์ในทางเสพ ในใบกระท่อมมีสารไมตราจัยนินที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท มีอาการเสพติดทางร่างกายเล็กน้อย มีอาการเสพติดทางจิตใจ อาจมีอาการขาดยาทางร่างกายแต่ไม่รุนแรง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทนแดดไม่รู้สึกร้อน ทำให้ผิวหนังไหม้เกรียมมีอาการมีนงง ปากแห้ง นอนไม่หลับ ท้องผูก แต่จะรู้สึกหนาวสั่น เมื่อมีอากาศชื้น หรือเมื่อฝนฟ้าคะนอง ร่างการทรุดโทรม มีอาการประสาทหลอน จิตใจสับสน
โทษทางกฎหมาย กระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

ขอบคุณภาพ http://www.google.com/
9.เห็ดขี้ควาย (Magic Mushroom)
ฤทธิ์ในทางเสพติด ในเห็ดขี้ควายมีสารออกฤทธิ์ทำลายประสาทอย่างรุนแรงคือ ไซโลซีน และ ไซโลไซบีน ผสมอยู่ ซึ่งออกฤทธิ์หลอนประสาท เมื่อบริโภคเข้าไปจะทำให้มีอาการเมา เคลิบเคลิ้มและบ้าคลั่งในที่สุด หากบริโภคเข้าไปมากๆ หรือผู้ที่บริโภคเข้าไปมีภูมิต้านทานน้อย อาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
โทษทางกฎหมาย เห็ดขี้ควายจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

ขอบคุณภาพ http://www.google.com/
10. สารยาเสพติดอันตราย : ยาเค (ketamine)
ฤทธิ์ในทางเสพติด ยาเค เป็นยาที่ออกฤทธิ์หลอนประสานอย่างรุนแรง เมื่อเสพเข้าไปจะรู้สึกเคลิบเคลิ้ม (Euphoria) รู้สึกว่าตนเองมีอำนาจพิเศษ (Mystical) มีอาการสูญเสียกระบวนการทางความคิด ความคิดสับสน การรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภาพ แสง สี เสียงจะเปลี่ยนแปลงไป ตาลาย ร่างกายเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กัน หากใช้ปริมาณมากจะเกิดการติดขัดในการหายใจ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะปรากฏอาการเช่นนี้อยู่บ่อย ๆ เรียกว่า Flashback ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะทำให้ผู้เสพประสพกับสภาวะโรคจิต และกลายเป็นคนวิกลจริตได้ ความคิดสับสน ตาลาย หูแว่ว การรับรู้และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่สัมพันธ์กัน

